Image result for E-A-T Factor

E-A-T คืออะไร

หลาย ๆ คนอาจจะพอทราบอยู่แล้วว่าการทำ SEO จะเป็นเรื่องของการทำเนื้อหา หรือคอนเทนต์ เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาบน Google ซึ่งการเขียนคอนเทนต์ยังไม่มีหลักหรือกฎตายตัวในการเขียนว่าจะต้องมีความยาวเท่าใด ต้องมีรูปภาพเยอะ ๆ หรือต้องทำไปในทิศทางไหน แต่อาจจะมีทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับการค้นหาได้ ซึ่งก็คือ หลัก E-A-T นั่นเอง แล้วหลัก E-A-T คืออะไร ในบทความนี้จะมาอธิบายและบอกความสำคัญเกี่ยวกับหลัก E-A-T ของการทำ SEO ที่ดี รับทำ SEO

E-A-T คือ หลักในการพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ที่อัลกอริทึมของ Google search นำมาใช้เพื่อค้นหาและนำมาขึ้นยังหน้าแรกของการค้นหา นั่นหมายความว่าหากเว็บไซต์ของเราใช้หลัก E-A-T ในการทำเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการติดอันดับที่สูงขึ้นได้นั่นเอง

E = Expertise

คือ ความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งหมายถึงผู้เขียนต้องมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในบทความที่ตนเองเขียนหรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอ เช่น ก่อนที่จะเขียนบทความเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องมีความรู้ข้อมูลหรือมีประสบการณ์ที่จะสามารถนำเสนอออกมาและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด โดยหลักในการเขียนบทความที่ควรคำนึงถึงเป็นสำคัญคือเป้าหมายของผู้อ่านต้องเข้าใจว่า ผู้อ่านมีความต้องการอะไรในเรื่องหรือหัวข้อที่เขากำลังอ่านอยู่ และต้องเขียนเนื้อหาให้เข้าใจง่าย ไม่ยืดเยื้อ  หรืออาจเพิ่มรูปภาพ วิดีโอต่าง ๆ ในการอธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งควรมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับ Keyword ในการค้นหาบทความเรื่องนี้ โดยนำมาใส่ในบทความ เพื่อให้สามารถค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

A = Authoritativeness

คือ การผู้เขียนได้รับการยอมรับ หมายถึง ผู้เขียนสามารถยืนยันความเป็นเจ้าของหรือตัวตนของตนเองในบทความนั้นได้รวมถึงเป็นผู้ความรู้ในสายงานนั้น ๆ  และสามารถอธิบายเรื่องที่นำเสนอได้ด้วยความเข้าใจและถูกต้อง เพื่อให้ผู้เข้าชมยอมรับในเนื้อหา และมั่นใจได้ว่าสิ่งที่นำเสนอมีข้อมูลรับรองที่เป็นจริง โดยหลักในการทำเว็บให้ Authoritativeness คือต้องเป็นการเขียนและการเรียบเรียงเนื้อหาเองโดยที่ไม่นำเนื้อหาของคนอื่นมาใส่ ให้ผู้อ่านสามารถทราบถึงประวัติของผู้เขียนได้ และพยายามเขียนเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ทำเว็บไซต์หางานก็ควรจะเขียนบทความที่เกี่ยวกับชีวิตการทำงาน การหางาน การรับมือกับความกดดันในการทำงาน และอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการหางาน เป็นต้น

T = Trustworthiness

คือ ความน่าเชื่อถือ หมายถึง การสร้างความน่าเชื่อถือในเนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์ เช่น การสร้างช่องทางการติดต่อกับเจ้าของบทความหรือเว็บไซต์มีการระบุตำแหน่งหรือช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน สร้างข้อกำหนดและเงื่อนไขรวมไปถึงนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อรักษาความปลดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์  อาจใส่เนื้อหาของบทความที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทำ มีการอัปเดตเนื้อหาอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงมีการเชื่อมลิงก์ไปยังบทงานวิจัยต่าง ๆ หรือการได้ลิงก์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่น่าเชื่อถือ เป็นต้น

E-A-T ดีอย่างไร

อย่างที่ทราบกันว่า google มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบฟีเจอร์ Search อยู่เสมอ ๆ เนื่องจากต้องการแสดงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Keyword แสดงเนื้อหาเป็นประโยชน์ และมีความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ค้นหา จากข้างต้นจะเห็นว่า หลัก EAT จะสามารถไปตอบโจทย์ในส่วนนั้นได้ นั่นหมายความว่าหากเว็บไซต์ของเราใช้หลัก E-A-T ในการทำเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์จะส่งผลให้เว็บไซต์มีการติดอันดับในหน้าแรก หรือลำดับที่สูงขึ้นได้นั่นเอง

นอกจากนี้หลัก EAT ยังสามารถใช้กับเว็บไซต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ข่าวสาร เว็บไซต์กีฬา หรือแม้แต่เว็บไซต์บอร์ดสนทนา หากเนื้อหาของเว็บไซต์ตรงตามหลัก EAT มากก็มีโอกาสที่เว็บไซต์จะถูกแสดงในหน้าแรกได้เช่นกัน

ดังนั้นในการทำ SEO ต้องมีการพัฒนาเนื้อหา ทำให้ถูกต้อง และตรงตามหลัก EAT เพื่อให้ Google ทำการวิเคราะห์เนื้อหาและประเมินเว็บไซต์เพื่อนำมาแสดงผลในแต่ละหน้าของการค้นหา นอกจากนี้หลัก E-A-T ในการทำ SEO จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำอย่างสม่ำเสมอ และอาจเสริมในเรื่องของการโปรโมตเว็บไซต์เข้าไปด้วย เพราะหากยิ่งโปรโมทมาก คนเข้าเว็บไซต์มาก จะเป็นการส่งสัญญาที่ดีไปยัง Google และให้ Google นำเว็บไซต์ไปประเมินเนื้อหาและจัดอันดับการค้นหาได้นั่นเอง

แนวทางทำเว็บให้ผ่านเกณฑ์ Expertise (ความเชียวชาญ)

  • เขียนบทความให้ละเอียดมีความยาวอย่างน้อย 1000 คำขึ้นไป (MS-Word)
  • ปรับ On page SEO ทุกหน้า
    ดูวิธีการเขียนบทความให้ถูกหลัก On page SEO
  • เขียนบทความให้อ่านรู้เรื่องและน่าสนใจ
    ความแตกต่างของบทความขยะ กับบทความที่เขียนจากผู้เชี่ยวชาญ คือ การเขียนแล้วอ่านรู้เรื่องนั้นเอง เพราะถ้าเราเขียนบทความน่าอ่าน อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ User ก็จะอยู่บนเว็บเรานานขึ้น
  • พฤติกรรมของ User ที่ปรากฏบนเว็บของเรา เป็นตัวบ่งชี้ว่าบทความของคุณมีคุณภาพ หรือไม่มีคุณภาพ

แนวทางทำเว็บให้ผ่านเกณณ์ Authoritativeness (อำนาจ)

  • ห้ามคัดลอกเนื้อหาจากเว็บคนอื่นมาใส่เว็บเรา
  • เนื้อหาควรเขียนเอง แบบสดใหม่คือดีที่สุด
  • ถ้ามีการคัดลอกเนื้อหา ต้องมีการดัดแปลงเนื้อหาให้ดีขึ้นด้วยเสมอ
  • ทำเว็บให้เป็นศูนย์กลางของเรื่องๆ นั้น
    ห้ามเขียนบทความจับฉ่าย แต่ควรโฟกัสไปที่เรื่องเดียว เช่น ถ้าคุณขายชุดออกกำลังกาย บทความบนเว็บของคุณก็ควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกกำลังกายล้วนๆ ไม่ควรมีเรื่องหรือเนื้อหาจากวงการอื่นเข้ามาปะปน
  • หากเราเป็นเว็บเล็กๆ จะสู้กับเว็บใหญ่ๆ เช่น Lazada shopee sanook kapook ได้ เราต้องเป็น Expert แค่เรื่องเดียวเท่านั้น
  • มีหน้าเว็บหรือบทความอย่างน้อย 20 หน้าขึ้นไป
  • วางโครงสร้างคอนเทนต์ให้มีลักษณะเป็น Content Hub
    Content Hub คือ การเชื่อมโยงเนื้อหาที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะมีองค์ประกอบอยู่ด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 1) Hub page/pillar content 2) Subpages/cluster content 3) Hyperlinks

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *