เคนแย่น เดร้ค รันนิ่งแบ็กวัย 27 ปี มั่นใจว่าจะจับคู่กับ จอช เจค็อบส์ อย่างลงตัวในแบ็คฟิลด์ของ ลาส เวกัส เร้ดเดอร์ส

เคนแย่น เดร้ค รันนิ่งแบ็กของ ลาส เวกัส เร้ดเดอร์ส เปิดเผยผ่านรายการ ‘กู้ด มอร์นิ่ง ฟุตบอล’ ของเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าเขาจะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทีมบุกของทัพโจรสลัดดำโดยเฉพาะการเล่นร่วมกับ จอช เจค็อบส์ ในแบ็คฟิลด์ที่สามารถเป็นภัยคุกคามแนวป้องกันของคู่แข่งได้ทุกรูปแบบ

‘ผมรู้ว่าใครกันแน่ที่จะไปในที่ว่างและนั่นคือทีมบุกนี้ในปีนี้ ทีมนี้’ เดร้ค กล่าว ‘ผมรู้สึกเหมือนเรากำลังออกเดินทางไปอีกเส้นทางหนึ่งอย่างแน่นอน คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร? คุณชอบที่ผมโยนมันเข้าไปอย่างนั้นหรือ?’

คุณสามารถเข้าใจการมองโลกแง่ดีของ เดร้ค ในการจับคู่ร่วมกันทำผลงานที่ดีในแบ็คฟิลด์กับ จอช เจค็อบส์ ร่วมกับกลุ่มปีกนอกที่มี จอห์น บราวน์ และ วิลลี่ สนีด ที่เพิ่งเซ็นร่วมทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า เฮนรี่ รักก์ส ปีกนอกปีสองกลับมาทำผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เดร้ค เชื่อว่าทีมบุกของ เร้ดเดอร์ส ต้องพึ่งพาแบ็คฟิลด์อย่างมากเนื่องจากทั้งเขาและ เจค็อบส์ สามารถเป็นภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ

เคนแย่น เดร้ค

‘ผมรู้สึกเหมือนกับชุดทักษะของเขาและชุดทักษะของผม มันเสริมกันและกันได้ค่อนข้างดี เขามีความสามารถพิเศษในการเล่นในที่ว่างและเป็นเหมือนค้อน ไม่ใช่ตะปู เหมือนที่โค้ชรันนิ่งแบ็กในแอลาบาม่าเคยพูด แค่ตื่นเต้นกับสิ่งที่ (เฮดโค้ช, จอน) กรูเด้น วางแผนไว้สำหรับเราและทีมบุกนี้โดยทั่วไป’

เดร้ค ยังเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทที่คล้ายกับตอนที่เขาเล่นในแอลาบาม่า โดยแบ่งปันแบ็คฟิลด์ร่วมกับ เจค็อบส์ หลังรันนิ่งแบ็กวัย 27 ปีเคยมีบทบาทฐานะแบ็กดาวน์แรกๆในการเล่นกับ อริโซน่า คาร์ดินาลส์ ซีซั่นที่ผ่านมา

‘ถึงจุดนี้ในอาชีพของผมจาก แอลาบาม่า เริ่มต้นจากไฮสคูลเพราะผมเล่นเป็นปีกนอกเล็กน้อย ผมออกมาในฐานะกีฬาแล้วไปที่ แอลาบาม่า เห็นได้ชัดว่าเมื่ออยู่ที่นั่น ผมสามารถเล่นเป็นปีกนอกเล็กน้อยได้เช่นกัน’ เดร้ค กล่าว ‘แต่จากนั้นเล่นในไมอามี่ ผมมาในฐานะแบ็คดาวน์สาม การไปอริโซน่า ผมมักจะถูกใช้งานดาวน์แรกหรือดาวน์สอง’

‘ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นสถานการณ์ครบวงรอบที่ผมสามารถเข้ามาได้ เห็นได้ชัดว่า จอช อยู่ในสถานการณ์นั้น เป็นแบ็กดาวน์แรกหรือดาวน์สอง พิสูจน์ว่าผมสามารถทำแบบนั้นได้ เข้ามาและเป็นแบ็คดาวน์สามในสถานการณ์นั้นแน่นอนและเล่นเป็นปีกนอกเล็กน้อย’

‘ดังนั้นอย่างที่ผมพูด ผมแค่รู้สึกว่ามันเข้ามามีบทบาทอย่างแท้จริงในอาชีพของผม และผมตั้งตารอที่จะนำมันมารวมกัน’ เดร้ค กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *