บ้านหลังคาจั่วโมเดิร์น บ้านเล็ก ๆ เป็นทางออกที่ดีสำหรับครอบครัวที่ต้องการบ้านที่สามารถซื้อได้ง่ายๆ  แต่ในความเล็กยังต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านขนาดใหญ่ เมื่อพูดถึงการออกแบบบ้านลักษณะแบบที่ว่า อาคารหลังคาจั่วหลังนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการนำบ้านเก่าและแปลงโฉมให้เป็นสิ่งใหม่ได้อย่างน่าตื่นเต้น แม้ว่าบ้านจะแตกต่างไปจากที่เคยเป็นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังเข้ากับสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ในขณะที่รายละเอียดภายในให้ความรู้สึกโปร่งสว่าง ทำให้เป็นพื้นที่ที่พิเศษมากแม้จะเป็นบ้านที่ดูไม่ใหญ่ก็ตาม

Cuckoo House เป็นบ้านสไตล์ โมเดิ้ร์น 2 ห้องนอน 2 ส้วม ใน Footscray ออสเตรเลีย ที่ตั้งซื่อ ตาม บ้านนา ฬิ กา แบบ เริ่มแรก ใน Footscray เมืองวิกตอเรีย ที่อยู่ที่อาศัย เดิม เป็น ตึก ดั้งเดิม ยุค พระผู้เป็นเจ้า เอ็ดเวิร์ด รวมทั้ง หากแม้ จะ เป็น สุดที่รักของผู้ครอบครอง มากมาย แต่ว่า กรผลิต ส่วนต่อ ขยาย ข้างหลัง ทำให้ไม่สามารถที่จะรักษา ตึก เดิมไว้ได้ ด้วยเหตุนั้น คนเขียนแบบ ก็เลยตกลงใจ แก่ไข รวมทั้ง เพิ่มเติม ใหม่ โดย ทรงไว้ ซึ่ง ลักษณะ บ้าน สามเหลียมหน้าจั่วแบบ เดิม แม้กระนั้น ลดเนื้อหา ที่ไม่สำคัญ ออก ให้เหลือ เส้น ที่ ล้ำสมัย รวมทั้ง ยังคง ให้ความนับถือต่อ ฟังก์ชั่น เก่า ได้แก่ การมี เฉียง หน้าบ้าน แต่ว่าเปลี่ยนรูปลัก ษณ์ ใหม่ ให้ราวกับ เสมือน ซุ้มประตู โทริอิ (Tori) ของ ประเทศญี่ปุ่น

บ้านหลังคาจั่วโมเดิร์น

ในบ้านเดิมจะวางตำแหน่งห้องนอนที่ด้านหน้า บ้านมีช่องแสงน้อยและช่องเปิดที่ไม่เชื่อมต่อกับเฉลียง หลังคากันสาดหน้าบ้านยื่นสั้นและโค้ง ทำให้บ้านรับแสงได้ไม่มาก การใช้งานระหว่างภายนอกภายในไม่ลื่นไหล จนแทบไม่ได้ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง สำหรับบ้านใหม่นักออกแบบได้ขยายเฉลียงด้านหน้าออกไปไกลกว่าเดิม เพื่อจัดการนำแสงธรรมชาติเข้ามาสู่ห้องนอนด้านหน้ามากขึ้น ส่วนบ้านข้างหลังที่ต่อเติมใหม่ทำออกมาเป็นสไตล์โมเดิร์นหลังคาจั่วเต็มไปด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ที่ชวนให้รู้สึกสบาย

ในบ้านเดิมที่ขาดแสง สิ่งที่นักออกแบบทำคือการเพิ่มทั้งขนาดและพื้นที่ของช่องแสงให้กินบริเวณมากขึ้น ด้วยการติดผนังกระจกครึ่งหนึ่งของอาคารสูงจากพื้นจรดขอบเพดาน และต่อเนื่องขึ้นไปที่จั่วบ้าน ดึงเอาแสงจากธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่นั่งเล่นได้เต็มที่ตามต้องการ แทบไม่ต้องเปิดไฟฟ้าส่องสว่างในช่วงกลางวัน ความใสของประตูกระจกยังทำหน้าที่เบลอขอบเขตระหว่างภายนอกภายใน ให้ผนังดูมีอิสระทางสายตา สามารถมองเห็นวิวสวนเลยขึ้นไปจรดท้องฟ้าแม้ไม่ได้ออกจากตัวบ้าน เมื่อต้องการออกไปนั่งเล่่นก็เพียงแค่เลื่อนเปิดประตูออก เท่านี้ก็เชื่อมต่อตัวบ้านกับกลางแจ้งได้อย่างลื่นไหล

ด้วยขนาดพื้นที่บ้านค่อนข้างเล็ก สถาปนิกจึงพยายามจัดแปลนทำให้มีความยืดหยุ่นในการออกแบบภายในให้ได้มากที่สุด ลดการใช้ผนังก่อทึบแบ่งพื้นที่ระหว่างห้องครัว พื้นที่ทานข้าว และมุมนั่งเล่น บ้านจึงมีความต่อเนื่องในแนวนอน ดูโปร่งและโล่งสัญจรง่าย ส่วนพื้นที่แนวตั้งก็ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการทำชั้นลอยเพิ่มพื้นที่สำหรับใช้งานชั้นบนที่มองเห็นข้างล่างได้ชัดเจนเหมือนเป็นสเปซเดียวกัน

บ้านไอเดียแชร์ไอเดีย : การต่อเติมกันสาดและการเลือกใช้กันสาด เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านในพื้นที่ที่มีแดดแรงและมีฝน เพราะกันสาดจะทำหน้าที่ปกป้องตัวบ้านจากทิศทางของแสงและฝนที่สาดผนังบ้าน แต่กันสาดบางรูปแบบก็อาจทำให้บ้านดูมืดเกินไป เช่น กันสาดวัสดุทึบที่ยื่นยาวออกมามาก ๆ ติดตั้งในทิศที่แสงแดดไม่จัด วัตถุประสงค์ให้กันฝนเเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้องศาของแสงที่ตกกระทบให้ประโยชน์กับบ้านได้น้อยเกินไป วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการเปลี่ยนจากวัสดุทึบแสงเป็นวัสดุโปร่งแสง จะช่วยกันฝนได้ในขณะที่แสงยังเข้าสู่ตัวบ้านได้ตามต้องการ

การออกแบบบ้านไม่ใช่เพียงดีไซน์อาคาร แต่เป็นการจัดรูปแบบวิถีชีวิตไปพร้อมๆ กัน นั่นเป็นเพราะสถาปนิกไม่ได้มองว่าบ้านคือสิ่งไม่มีชีวิต แต่กลับมองว่า “บ้าน” เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่จะต้องมองภาพความเคลื่อนไหวของสมาชิกในบ้านให้อยู่อาศัยสบาย ใช้งานได้จริงตามโจทย์ที่ต้องการบ้านญี่ปุ่น เหมือนบ้านหลังคาจั่วหลังนี้ที่เปรียบเสมือนพื้นที่อเนกประสงค์ที่บางครั้งก็ถูกปรับไปเป็นสตูดิโอจัดงานศิลปะ ในขณะที่ยังมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับใช้ชีวิต จึงต้องออกแบบอย่างระมัดระวังเพื่อจัดวางความสัมพันธ์ของการใช้งานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับขนาดของพื้นที่จริงและการใช้งาน

บ้านหลังคาจั่ว 2 ระดับ

บ้านหลังนี้อยู่ในจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 140 ตารางเมตร เป็นบ้านที่สร้างอาคารหลังคาจั่วสองหลังเข้าด้วยกัน การออกแบบเริ่มต้นจากการวางแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือส่วนของพื้นที่อยู่อาศัยและส่วนของสตูดิโอ โดยสถาปนิกจัดวางให้หันหน้าไปคนละด้าน ทางเข้าแยกออกจากกัน ความสูงของหลังคาไม่เท่ากัน แต่ละส่วนของบ้านทั้ง 2 ทั้งหมดประกอบด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย ส่วนที่โครงหน้าจั่วทั้งสองมาบรรจบกันเป็นพื้นที่เปิดโล่งตรงกลาง ใช้เป็นทั้งจุดร่วมทำสถานที่สำหรับครอบครัวมารวมตัวกัน และเป็นจุดแบ่งระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและออฟฟิศ

ข้างใน สตูดิโอศิล1 “ARTIMEET” จะ มี ห้องทำงาน ที่ ค่อนข้างจะ ปิด ขนาด 8 เสื้อ ทา ทามิ (ราว 12.4 ตารางเมตร) เป็นหลักที่ต้อนรับลูกค้าเล็ก ๆ รวมทั้งมีพื้นที่ สำหรับ จัด เวิกช็อป ได้ ราว 10 คน สำหรับ บิดามารดา รวมทั้งลูก หรือ ครอบครัว ของเพื่อนเกลอ ที่ แวะ มา ท่กิจกรรม ซึ่ง แขก สามารถ ออกมา นั่ง บรรเทา ผ่าน ร้านอาหาร ที่ เป็น ช่องว่าง ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อ ห้องครัว ซึ่งคนเขียนแบบ ได้คิด ค้น กรรมวิธีการคุ้มครอง ชีวิต ส่วนตัว ของเจ้าของบ้าน ไว้แล้ว ผ่าน ความต่าง ใน ระดับ การ เปิดช่องว่าง ในบ้าน และก็ ประตู กระจก บริเวณ บ้าน นำมาซึ่ง เป็นความ ชมรม ของ พื้นที่ ข้างใน ตึกร่วมกัน เอง รวมทั้ง ความเกี่ยวเนื่อง กับ บริบทรอบๆ

สำหรับส่วนของบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายตามแบบฉบับบ้านโมเดิร์นในญี่ปุ่น วัสดุที่ใช้เน้นคอนกรีตไม้ กระจก เป็นหลัก โดยแทบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรลงบนเนื้อวัสดุ เน้นความปร่งโล่งไม่มีสิ่งของประดับตกแต่งที่ไม่มีความจำเป็น อีกหนึ่งจุดเด่นคือ หลังคาที่โชว์โครงสร้างไม้ที่เหมือนถูกถักสานไปมาดูแข็งแรงแต่ก็อบอุ่น

เหนือครัว เป็นชั้นลอยใช้งาน อเนกประสงค์ไม่มี ผนังกั้น เหมือนเป็นเวทีอยู่ใจกลางบ้าน ถัดขึ้นไปก็เป็นชั้นต่างระดับไม่ได้เทพื้นหรือเพดานปิด แยกชั้นล่าง และชั้นบนจากกัน ทำให้เกิด สเปซว่าง ๆ เอื้อให้คนที่อยู่ในพื้นที่ใช้งานต่างระดับยังคงติดต่อสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด และยังทำให้แสงธรรมชาติเดินทางได้ดี อากาศร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงได้ง่าย

บ้านไอเดีย แชร์ไอเดีย : การแบ่งระดับชั้นแบบ split-level หรือบ้านเล่นระดับมี ชั้นที่ลดหลั่นกันไป นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศฝั่งซีกโลกตะวันตก ซึ่งจะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่แนวยาวและแคบ และต้องการการแบ่ง ห้องที่เป็นสัด เป็นส่วน แต่พื้นที่โปร่งโล่งไม่ทึบตัน และอากาศ ไหลเวียน ได้สะดวก ซึ่งการแบ่งระดับบ้านเป็นสองฝั่งค่อย ๆ ไต่ระดับสู่แต่ละห้องทีละครึ่งชั้น ความสูงประมาณ 4-5 ขั้นบันได  โดยไม่ต้องมีผนังกั้นห้องเป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะใช้การยกพื้นแยกพื้นที่ใช้งานชัดเจน แต่ยังดูเป็นสเปซเดียวกัน รับออกแบบบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *