ครบรอบ 17 ปี

ครบรอบ 17 ปี เรื่อง White Chicks หนังฮาในดวงใจของใครหลาย ๆ คน หากเราลองย้อนกลับไป ในช่วงปี 2004 ซึ่งเป็นยุค ที่หนังแนวรักโรแมนติก – คอมเมดี้ หนังชิคฟลิค ที่มีตัวละครวัยทีน เต็มไปหมด และหลายต่อหลายเรื่อง ก็สามารถทำเงิน ในระดับร้อยล้านเหรียญฯ

ชนิดที่ว่า ในยุคปัจจุบัน เราแทบจะหาหนังแบบนี้ ดูตามโรงภาพยนตร์ ยากเอาเสียเหลือเกิน เมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่ ถูกยึดครองด้วยหนัง แฟรนไชส์ ภาคต่อ และซูเปอร์ฮีโร่ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ ให้หนังฟอร์มกลาง ๆ และเล็ก ๆ ได้แบ่งปันรสชาติ ของชีวิตในมุมอื่น ๆ สักเท่าไหร่ ดูหนังออนไลน์

ครบรอบ 17 ปี เรื่อง White Chicks

เมื่อ White Chicks เข้าฉายในช่วงแรก ๆ นั้น หนังโดนโจมตีอย่างหนัก จากนักวิจารณ์ ว่าเป็นหนังที่ไร้สมอง ไร้ความสนุก เต็มไปด้วยมุกตลก เรื่องใต้สะดือ อุจจาระ ของเสียต่าง ๆ พล็อตเรื่องเต็มไปด้วยช่องโหว่ สามารถคาดเดาได้ทุกอย่าง แถมเมคอัพของนักแสดง ก็ดูน่ากลัว ราวกับเอเลี่ยน แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทำไมคนดูถึงมองไม่เห็น ความไม่สมจริง ที่เกิดขึ้นบนหน้าจอได้

ในยุคที่นักวิจารณ์ เคร่งเครียด กับการมองหา ความสมจริง สมจัง ในขณะที่ผู้ชม และตัวผู้สร้างเองนั้น น่าจะเลือกมองข้าม ตรรกะในความสมจริง แบบไม่แคร์ และไม่ใยดี ถึงข้อเท็จจริงนี้ เสียด้วยซ้ำ เพราะน้ำเสียง และโทนของ White Chicks ไม่ได้ต้องการ จะนำเสนอความสมจริง (Realistic)

ตั้งแต่ตัดสินใจ เลือกเขียนบท ให้ตัวเอก นายตำรวจ FBI อย่างมาร์คัส (มาร์ลอน เวย์นส์) และเควิน โคปแลนด์ (ชอว์น เวย์นส์) จำเป็นต้องปลอมตัว เป็นสองพี่น้อง ไฮโซสาวสวย อย่างบริทนีย์ (เมตแลนด์ วอร์ด) และทิฟฟานี่ วิลสัน (แอนน์ ดูเด็ก)

โดยได้รับความร่วมมือ จากหน่วยปลอมตัว FBI ในการแปลงโฉม หนุ่มผิวดำ ให้กลายเป็น สาวผิวขาว ตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งคนดูรับรู้อยู่แล้วว่า การปลอมตัวครั้งนี้ ดูยังไงก็ไม่เหมือนกับร่างต้นฉบับ

แต่เมื่อเรา ยอมรับในตรรกะนี้แล้ว ผู้ชมจะพบว่าจริง ๆ แล้ว หนังเรื่องนี้ ตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อ “เสียดสี” วัฒนธรรมป๊อป ของคนผิวขาว ด้วยซ้ำไป การเดินทาง เพื่อมาเข้าร่วม งานเลี้ยงของ เหล่าในไฮโซ ในโรงแรมแฮมป์ตัน

กลายเป็นบททดสอบของ สองนายตำรวจผิวสี ไม่ให้โป๊ะแตก ว่าทั้งสองนั้นเป็นผู้ชายในร่างผู้หญิง ที่ได้รับการแปลงโฉม มาสืบหามูลเหตุ แผนการลักพาตัว ของสองพี่น้องวิลสัน

แน่นอนว่า ระหว่างทาง ก็มีอุปสรรคมากมาย ที่ทั้งสองต้องเจอ ไม่ใช่แค่การสืบคดี แต่เป็นการรับมือกับ วัฒนธรรมของคนผิวขาว ซึ่งทั้งสองนั้น นอกจากจะยังไม่ชิน พวกเขายังต้องรับมือ ในฐานะผู้ชาย ที่ต้องแสร้งมีจริต ไลฟ์สไตล์ แบบผู้หญิงไฮโซ อีกต่างหาก

ครบรอบ 17 ปี

ความตลกที่เกิดขึ้น เราจะได้เห็นวิธีการเลียนเสียง ให้มีจริตจก้าน แบบความเชิด ความประดิษฐ์ จนเกินเบอร์ ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมันถูกแสดง ผ่านเมคอัพ อันผิดธรรมชาติ จึงยิ่งทวีคุณความขบขัน มากขึ้นหลายเท่าตัว แต่ทั้งสองตัวละคร จะต้องไปฟาดฟัน ในวงสังคมชั้นสูง คือ การชิงดี ชิงเด่น ระหว่างผู้หญิงด้วยกันเอง

โดยเฉพาะ การที่ตำรวจทั้งสองนาย จะต้องไปปะทะ กับเฮเธอร์ (เจมี่ คิง) และเมแกน (บริททานีย์ แดเนียล) สองพี่น้องตระกูลแวนเดอร์เกล ที่ถือไพ่ความรวย และกำชัยชนะ มาโดยตลอด

แต่เมื่อวันนี้ มาร์คัส และเควิน ในร่างของบริทนีย์ และทิฟฟานี่ เลือกที่จะไม่อ่อนข้อ ให้กับสองพี่น้อง จอมเอาแต่ใจอีกต่อไป ทั้งสองจึงฟาดฝีปาก ในการปะทะกัน ครั้งแรกในสไตล์แรปเปอร์ โต้คารม ที่ใครไม่ขำ ก็คงต้องบอกว่า คุณเป็นคนเส้นลึกมากจริง ๆ

อันที่จริง ตลอดทั้งเรื่อง สองตัวละคร อย่างมาร์คัส และเคลวิน เลือกที่จะเอาวัฒนธรรม ของคนผิวสี มาปะทะกับ วัฒนธรรม ของคนผิวขาว ได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบตัวละคร ลาเทรล (เทอร์รี่ ครูวส์) นักบาสเกตบอล ที่หิวและจ้องแต่อยากจะจับ ทิฟฟานี่ จนเนื้อตัวสั่น

จนเขาเลือกที่จะใช้เงินฟาดหัว ด้วยการทุ่มเงินกว่า 5 หมื่นดอลลาร์ ในการประมูลเธอ ในกิจกรรม ระดมทุนเข้ามูลนิธิ แวนเดอร์เกล ซึ่งในฉากดังกล่าว ตัวละครนักข่าวผิวสี เดนิส พอร์เตอร์ ยังถูกเควิน แซะด้วยซ้ำ

ว่า กิจกรรมของคนผิวขาว นี่เขา “เอาผู้หญิงมาประมูล” กันแบบนี้เลยเหรอ นอกจาก จะแซะไลฟ์สไตล์ ที่นอกจาก จะเหยียดเพศแล้ว วิถีทางการฟังเพลง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ White Chicks หยิบเอามา จวกคนดู ได้อย่างมีกึ๋น

เมื่อตอนที่เหล่าสาว ๆ ทั้งห้า บริทนีย์ ทิฟฟานี่ เคเรน (บูซี่ ฟิลลิปส์) ทอรี่ (เจสสิก้า คัฟฟิว) และลิซ่า (เจนนิเฟอร์ คาร์เพนเตอร์) ต้องขึ้นรถเปิดประทุน พร้อมกับเพลง A Thousand Miles ของวาเนสซ่า คาร์ลตัน

ที่ฮิตและดังมาก ๆ ในปี 2002 ทำให้พวกเธอ ต้องร่วมกันร้องประสานเสียง แต่เมื่อสองพี่น้อง วิลสัน (ตัวปลอม) ร้องเพลงนี้ได้อย่างเพี้ยน และเงอะงะ แต่เมื่อเพลง Realest Niggas ของนักร้องผิวสีอย่าง 50 Cent และ Notorious B.I.G. ดังขึ้น

ทั้งสองกลับร้องท่อนที่มีคำว่า “นิโกร” ได้อย่างชัดถ้อย ชัดคำ จนบรรดาเพื่อนสาว ที่เหลือเกิดอาการงง และยิงคำถามกลับว่า ทำไมพวกเธอ ถึงกล้าร้องเพลงนี้ สองสาวจึงบอกว่า ก็ไม่เห็น จะมีคนผิวสี อยู่แถวนี้เลยนี่นา

เมื่อพวกเธอ เห็นดี เห็นงามด้วย ทั้ง 5 คน จึงร้องเพลงนี้ กันอย่างเมามัน นั่นหมายความว่า การฟังเพลงฮิปฮอป ในหมู่คนขาวนั้น ดูเป็นเรื่องไกลตัวและ “น่าอาย” ที่จะมีการยอมรับ ในวัฒนธรรมของคนผิวสี ทั้งที่จริง พวกเขาก็ชอบ แต่อายเหลือเกิน ที่จะยอมรับมันออกมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *